Community/ News/ Conicle โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำ เปิดตัว “Conicle Skills” แพลตฟอร์มพัฒนาทักษะคนยุคใหม่สู่โลกอนาคต พลิกโฉมองค์กรสู่ Skills-Based Organization ขับเคลื่อนแรงงานไทยรับมือวิกฤต

27 Jul, 2026

ConicleConnect

ConicleSkills

Skills-Based

ConiclePeople

SkillsBadge

Build Workforce Readiness for the Future of Work: The Big Move to Skills-Based Organizations 


โลกการทำงานกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อปัญหา “ทักษะไม่ตอบโจทย์ (Skills Mismatch)” กลายเป็นความท้าทายระดับชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า จาก 5 ตัวแปรสำคัญที่เข้ามาเร่งวิกฤต ได้แก่

1) อิทธิพลของเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานจนทำให้ทักษะดั้งเดิมล้าสมัยอย่างรวดเร็ว

2) ภาคธุรกิจและต่างชาติชะลอการลงทุนในไทยเนื่องจากขาดความพร้อมด้านทักษะแรงงาน

3) ระบบการศึกษาปรับหลักสูตรไม่ทันต่อตลาดแรงงานยุค AI

4) คนวัยทำงานยุคใหม่ต้องกลายเป็น ‘เดอะแบก’ รับภาระครอบครัวมากขึ้น เพราะสังคมผู้สูงวัย (Aging Society) ทำให้จำนวนแรงงานหดตัวลง

5) ความเหลื่อมล้ำด้านทักษะ (Skills Gap) ที่ขยายตัวและส่งผลกระทบต่อโอกาสในการทำงาน

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง โดยงานวิจัย ASAT (Adult Skills Assessment in Thailand) ระบุว่า ประเทศไทยต้องเผชิญกับตัวเลขการสูญเสียโอกาสทางรายได้ของแรงงานไทยสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 20.1% ของ GDP ประเทศไทยในปี 2024 เพียงเพราะแรงงานขาดทักษะการทำงานที่เหมาะสมกับความต้องการของเศรษฐกิจ วิกฤตการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า หากทุกภาคส่วนยังไม่เร่งยกระดับทักษะกำลังคนอย่างเป็นระบบ ปัญหานี้จะบานปลายกลายเป็นวิกฤตขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศในอนาคต


ด้วยปัญหาที่สะท้อนให้เห็น บริษัท โคนิเคิล จำกัด (Conicle) ในฐานะผู้นำการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้แบบครบวงจร จึงได้ยกระดับโซลูชันเพื่อสู้กับวิกฤตนี้ โดยจัดงานแถลงข่าว “Conicle Connect 2026” เวทีประจำปีที่เชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะของคนทำงานและองค์กรในระดับประเทศ ภายใต้หัวข้อ “Define The Future of Work: Let’s Create Skills-Based Learning & People Development” ณ SCBX NEXT STAGE สยามพารากอน ประกาศเปิดตัว “Conicle Skills” แพลตฟอร์มพัฒนาทักษะแบบครบวงจร โดย Conicle ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดด้านการพัฒนาทักษะคน ‘People Tech’ และผลักดันองค์กรให้เปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Skills-Based Organization (องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยทักษะ) อย่างสมบูรณ์แบบ จากเดิมที่เคยมองคนตาม “ตำแหน่งงาน” (Job-Based) ให้เปลี่ยนมาโฟกัสที่ “ทักษะความสามารถจริง” (Skills-Based) เพื่อสร้าง Skills Readiness (ความพร้อมด้านทักษะ) ให้พนักงานมีความยืดหยุ่น สามารถสับเปลี่ยนหน้าที่ หรือนำทักษะใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อรับมือกับโลกอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างทันท่วงที ด้วยแนวคิดที่ว่า “คนคือกระดุมเม็ดแรกขององค์กร” ดังนั้น คนจึงต้องปรับตัว เรียนรู้ และพัฒนาทักษะอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้พร้อมสู่การทำงานได้จริง


 AI-Powered Skills Development for Better Performance



คุณปูน - นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โคนิเคิล จำกัด (Conicle) เปิดเผยว่า “เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของการเรียนรู้จาก Learning Management System และ Learning Experience Platform เราได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “Conicle Skills” ภายใต้สมการแห่งการพัฒนาทักษะคน ‘Skills + AI + Ecosystem’ ด้วยการนำ AI เข้ามาเป็นหัวใจหลัก ช่วยเปลี่ยนกระบวนการการเรียนรู้ตามโมเดล K (Knowledge) – A (Attitude) – S (Skills) หรือ 10% – 20% – 70% ให้กลายเป็นการสร้างทักษะ เพื่อเร่งสร้าง Skills-Based Workforce (กำลังคนที่ขับเคลื่อนด้วยทักษะ) โดยผสานการออกแบบเส้นทางการพัฒนาทักษะร่วมกับหลักสูตรจากสถาบันชั้นนำและครีเอเตอร์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากภาครัฐ”

เพื่อให้เห็นภาพความอัจฉริยะของการยกระดับแพลตฟอร์มสู่เจเนอเรชั่นที่ 4 ของ Conicle คุณปูนได้ขยายความถึงกลไกการทำงานที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยพลิกโฉมองค์กร โดยเริ่มต้นจากการมี Skills Framework (โครงสร้างทักษะ) ทำหน้าที่เสมือน “ฐานข้อมูลตั้งต้น” ให้กับองค์กร โดยระบบได้เตรียมโครงสร้างไว้กว่า 280 ทักษะย่อย ครอบคลุม 7 กลุ่มหลัก (Business, Digital & AI, People, Leadership, Wellbeing, Money และ Language) พร้อมหลักสูตรรองรับกว่า 5,000 เนื้อหา เมื่อองค์กรรู้เป้าหมายที่ต้องการแล้ว ระบบ AI หรือ “AI Companion” ผู้ช่วยพัฒนาทักษะ จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นโค้ชส่วนตัว ดึงข้อมูลจากฐานมาออกแบบ Skills Path หรือ เส้นทางทักษะ ที่ผสมผสานการเรียนรู้ทั้งแบบออนไลน์ ออฟไลน์ และลงมือปฏิบัติจริงแบบรายบุคคล (Personalized Learning) โดย AI Companion จะแนะนำหลักสูตรที่เหมาะสมที่สุดอิงตามสายงาน พร้อมให้ “เช็คลิสต์” แก่พนักงานเพื่อให้นำความรู้นั้นไปลงมือปฏิบัติได้จริงในเนื้องาน

และเมื่อพนักงานได้เรียนรู้และพัฒนาตามเส้นทางทักษะ นำความรู้ไปปฏิบัติจริงจนได้ผลลัพธ์และผ่านการประเมิน ระบบก็จะมอบ Skills Badge (เหรียญตราทักษะ) เพื่อเป็น “หลักฐานยืนยันความสำเร็จ” ที่รับรองความสามารถเป็นรายทักษะ โดยเหรียญตราทักษะทั้งหมดจะถูกเก็บสะสมไว้ในบัญชีผู้เรียน “Skills Passport”

 

คุณปูนเสริมว่า “Conicle Skills ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ HR ทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้มองเห็นภาพรวมทักษะ (Skills Landscape) อย่างทะลุปรุโปร่งว่าในองค์กรมีใครเก่งเรื่องอะไร หรือใครขาดทักษะไหน ผ่านการประเมินและการสะสม Skills Badge ทำให้สามารถจัดวางหรือพัฒนาคนได้ตรงจุด นอกจากนี้ ยังช่วยพัฒนาทักษะของพนักงานได้ทั้ง Reskill หรือ Upskill ย่นระยะเวลาให้พนักงานพร้อมทำงานได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ Skills Badge จะเป็นหลักฐานยืนยันความสามารถอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการยกระดับและติดอาวุธให้องค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านตัวเองไปสู่ Skills-Based Organization ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”


การเชื่อมโยงตั้งแต่การกำหนดกรอบทักษะ (Skills Framework) การใช้ AI วิเคราะห์และสร้าง Skills Path ไปจนถึงการประเมินผลเพื่อรับรองด้วย Skills Badge ทำให้การพัฒนาทักษะสามารถวัดผลและสะท้อนศักยภาพที่เกิดขึ้นจริง นวัตกรรมดังกล่าวจึงก่อให้เกิด Skills Ecosystem ที่เชื่อมโยงแอปพลิเคชัน บริการ เทคโนโลยี AI ข้อมูล (Data) และเครือข่ายผู้สร้างองค์ความรู้ (Creator) เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียวที่รองรับการพัฒนาคนและทักษะได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่ (Corporate) กลุ่ม SMEs ไปจนถึงคนวัยทำงานในทุกช่วงอาชีพ


สำหรับภาคธุรกิจยังสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในองค์กรผ่านระบบบริหารจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) ด้วยฟีเจอร์ Ask ซึ่งเป็น AI Agent สำหรับค้นหาและตอบคำถามจากองค์ความรู้ภายในองค์กรได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมฟีเจอร์ Grow สำหรับการประเมินศักยภาพ วัดขีดความสามารถของพนักงาน และวางแผนการพัฒนารายบุคคล รวมถึง Conicle Analytics ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านทักษะ ความพร้อมของบุคลากร และแนวโน้มการเติบโต เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจด้านการพัฒนาคนบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven People Development)

นอกจากนี้ Conicle ยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลระดับองค์กร โดยแพลตฟอร์มได้รับการออกแบบภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูล อาทิ ISO/IEC 27001:2022, ISO/IEC 29110, เอกสารรับรองด้าน IT Security Compliance, มาตรฐาน Data Center, Service Level Agreement (SLA) และมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลของ Huawei Cloud เพื่อรองรับการใช้งานขององค์กรอย่างมั่นใจ


Shaping Thailand’s Skills-Based Workforce Ecosystem

 

 

อีกไฮไลต์สำคัญ คือ การผนึกกำลังร่วมกับภาครัฐ โดยในช่วงเสวนาหัวข้อ “Shaping Thailand’s Skills-Based Workforce Ecosystem” คุณจิตรพงศ์ พุ่มสะอาด ผู้อำนวยการกองพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (DSD) ได้ให้มุมมองว่า “ปัจจุบันทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีความตื่นตัวและเร่งปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อให้ทันกับโลกยุค AI โดยได้พัฒนาโครงการ ‘One Platform for Skill Development’ แพลตฟอร์มกลางในการให้บริการพัฒนาฝีมือแรงงานครบวงจร เพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยผ่านคลังหลักสูตรออนไลน์ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน วันนี้ เราได้รวมหลักสูตรที่พัฒนาโดยกรมพัฒน์ฯ และพาร์ทเนอร์อยู่บนระบบมากกว่า1,000 หลักสูตร โดยมีหลักสูตรจาก Conicle ที่เป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์กว่า 350+ หลักสูตร ช่วยให้แรงงานไทยเลือกพัฒนาทักษะได้ตรงสายงานด้วยตนเอง ขณะที่องค์กรขนาด 100 คนขึ้นไป สามารถนำชั่วโมงเรียนไปเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้โดยตรง ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวให้นายจ้างอย่างมหาศาล”


ขณะที่คุณพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสถานประกอบการและการอบรมด้วยระบบคุณวุฒิ วิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI กล่าวเสริมว่า “ปัจจุบันสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) มีมาตรฐานอาชีพรองรับแล้วกว่า 1,000 อาชีพ และครอบคลุม 52 สาขาวิชาชีพ ล่าสุดได้ต่อยอดความสำเร็จผ่านโครงการ TPQI E-Training for SME แพลตฟอร์มพัฒนาทักษะแรงงานไทยและหลักสูตรนำร่องครอบคลุมกว่า 20 สายวิชาชีพ (อาทิ ช่างเทคนิค และงานบริการ) ร่วมกับ Conicle ที่ช่วยให้พนักงาน กลุ่มธุรกิจ SME ได้พัฒนาทักษะผ่านทางออนไลน์ได้อย่างยืดหยุ่น และนำผลไปยื่นสอบภาคปฏิบัติกับ TPQI เพื่อรับใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพได้ และในอนาคตสถานประกอบการยังสามารถนำผลชั่วโมงการฝึกอบรมออนไลน์เข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้อีกด้วย นับเป็นการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยยกระดับทักษะแรงงานและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ SME อย่างเป็นรูปธรรม”

“การลงทุนพัฒนาทักษะคน คือ หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและประเทศ ซึ่งการรับมือกับโลกอนาคต ต้องอาศัยความกล้าที่จะเปลี่ยน ความคิดสร้างสรรค์ที่จะปรับตัว และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จึงจะเห็นปลายทางแห่งความสำเร็จ Conicle ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาทักษะคน ขอเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันคนให้มีทักษะพร้อมทำงานเพื่อสนับสนุนให้ทุกองค์กรก้าวข้ามความท้าทายในยุค AI ได้อย่างยั่งยืน” คุณปูน กล่าวทิ้งท้าย

 

 

📣 องค์กรหรือหน่วยงานที่สนใจพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทั้งแบบรายทีม หรือรายบุคคล สามารถติดต่อได้ที่ https://conicle.com/business/request-demo

✅ หรือพัฒนาทักษะสำหรับบุคคลทั่วไป พร้อมรับ Skills Badge ได้ที่ https://conicle.com/

⭐️ สอบถามรายละเอียดกับทีมผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Line Official Account: https://lin.ee/ZxmzjuO



Co-Creating the Future of Skills Ecosystem



บทบาทของผู้นำระดับกลาง หรือ Middle Management มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กร ในฐานะเป็นคนเชื่อมกลยุทธ์ของผู้บริหารเข้ากับการทำงานของทีม และหากขาดเขาคนนี้ไป Skills Ecosystem จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย


คุณ บี – อภิชาติ ขันธวิธิ CEO จาก QGEN Consultant ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน Session นี้ว่า หากผู้นำระดับนี้ไม่แข็งแรง องค์กรย่อมเดินหน้าต่อได้ยาก สิ่งแรกที่ต้องทำคือการนิยามบทบาทของหัวหน้าให้ชัด เพราะการเลื่อนคนที่ทำงานเก่งที่สุดขึ้นมาเป็นผู้จัดการ อาจไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะสามารถพัฒนาลูกทีมให้เก่งขึ้นได้


“หัวหน้าที่ดีต้องทำได้มากกว่าการสร้างผลงานของตัวเอง พวกเขาต้องรู้ว่าเมื่อใดควรทำหน้าที่เป็นโค้ช เมนเทอร์ ผู้สอน หรือผู้สนับสนุน รวมถึงต้องเข้าใจธุรกิจมากพอที่จะช่วยให้ทีมเห็นภาพว่า งานของแต่ละคนเชื่อมกับเป้าหมายขององค์กรอย่างไร หากหัวหน้ายังคงรับทุกอย่างไว้กับตัวเอง ผลที่ตามมาคือความเหนื่อยล้าและภาวะหมดไฟ”


ขณะเดียวกัน การพัฒนาทีมก็มักถูกผลักให้กลายเป็นหน้าที่ของ HR เพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่หัวหน้าคือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับพนักงานและมีอิทธิพลต่อการเติบโตของทีมมากที่สุด


ดร.พี – รพีรัฐ ธัญวัฒน์พรกุล ผู้ก่อตั้งเพจ มนุษย์เงินเดือนพันธุ์ใหม่ เสริมว่า การพัฒนาคนต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนเติบโต เพราะคนเรามักเรียนรู้จากคนรอบตัวและบริบทที่ใช้ชีวิตอยู่ เขาย้อนมองประสบการณ์ของตัวเองแล้วพบว่า การได้อยู่ท่ามกลางคนที่เก่งและพร้อมสนับสนุน มีส่วนสำคัญที่ทำให้เขาพัฒนามาถึงจุดปัจจุบัน ผู้นำจึงควรสร้างพื้นที่ที่ทำให้คนกล้าลอง กล้าถาม และกล้าพัฒนาตัวเอง ขณะเดียวกัน AI ก็สามารถเข้ามาเป็นผู้ช่วยหัวหน้า ทั้งการให้คำแนะนำ ติดตามการเรียนรู้ และแบ่งเบาภาระบางส่วน เพียงแต่ผู้ใช้ต้องเข้าใจข้อจำกัดและเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน


ด้านคุณ จี้ – ทรงภัทร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ MindDoJo มองว่า รูปแบบการเรียนรู้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ต่างมีจุดแข็งและข้อจำกัดของตัวเอง การเรียนออนไลน์ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญได้ง่ายขึ้น เชื่อมผู้คนจากหลายพื้นที่เข้าหากัน และออกแบบ Learning Journey ได้หลากหลายช่องทางกว่าเดิม


อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเรียนออนไลน์ยังขึ้นอยู่กับความตั้งใจและวินัยของผู้เรียน จึงอาจกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรเห็นด้วยว่า พนักงานแต่ละคนมีความพร้อมต่อการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด การพัฒนาผู้นำจึงควรเป็นเส้นทางต่อเนื่อง ให้เวลาคนได้ฝึก ทดลอง และนำทักษะไปใช้ ก่อนจะคาดหวังให้ Performance เปลี่ยนแปลงทันที


ส่วน ครูเปิ้ล – สุดารัตน์ ศิริวรางกูร CEO จาก IDEO Empowerment และ Mind Center Thailand ตั้งข้อสังเกตว่า หลายองค์กรลงทุนกับการให้ความรู้มากเกินไป ขณะที่ยังให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมหลังการเรียนไม่มากพอ หากต้องแบ่งสัดส่วน เธอมองว่าการให้ความรู้อาจใช้เพียง 30% ส่วนอีก 70% ควรนำไปสร้างเงื่อนไขที่ทำให้หัวหน้าสนับสนุนให้พนักงานนำสิ่งที่เรียนไปใช้กับงานจริง เพราะ People Skills จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการฝึกซ้ำ การได้รับ Feedback และการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง 


การประเมินจึงไม่ควรยึดแค่ Self-Assessment เนื่องจากคนที่มีความสามารถสูงอาจประเมินตัวเองต่ำ ขณะที่บางคนอาจประเมินตัวเองสูงกว่าความสามารถจริง องค์กรควรใช้ข้อมูลจากการทำงาน ผลลัพธ์ และพฤติกรรมประกอบกัน


ทั้งนี้ การพัฒนาผู้นำต้องกลับมาตอบให้ได้ว่า องค์กรต้องการผู้นำแบบไหนและคาดหวังผลลัพธ์อะไร CEO ของ QGEN เสนอแนวคิด Performance-Driven Leadership ซึ่งไม่ได้หมายถึงให้หัวหน้าที่ใจดีหรือเข้มงวดที่สุด แต่หมายถึงการทำให้ทีมสร้างผลงานได้ พร้อมรักษาความไว้วางใจและดูแลคนไปพร้อมกัน โจทย์นี้ยิ่งซับซ้อนเมื่อองค์กรต้องให้คนรุ่นใหม่มีอิสระ ขณะเดียวกันก็ยังต้องรับผิดชอบต่อเป้าหมายและผลการทำงาน


สุดท้าย ดร.รพีรัฐสรุปด้วยเกณฑ์ที่ชัดเจนว่า วิธีดูว่าหัวหน้าเก่งหรือไม่ คือการดูว่าลูกทีมประสบความสำเร็จเพียงใด เพราะเมื่อผู้นำสร้างคนได้ดี ทีมย่อมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และรู้ว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไรแม้เผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก

 

📣 องค์กรหรือหน่วยงานที่สนใจพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทั้งแบบรายทีม หรือรายบุคคล สามารถติดต่อได้ที่ https://conicle.com/business/request-demo

✅ หรือพัฒนาทักษะสำหรับบุคคลทั่วไป พร้อมรับ Skills Badge ได้ที่ https://conicle.com/

⭐️ สอบถามรายละเอียดกับทีมผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Line Official Account: https://lin.ee/ZxmzjuO

Related Posts

ไม่มี Article ที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตก่อนใคร!

ลงทะเบียน.. เพื่อรับข่าวสารจาก Conicle

©2025 Conicle Co., Ltd. All Rights Reserved.