Community/ Blogs/ Quiet Quitting ภัยเงียบและความท้าทายที่องค์กรต้องรีบจัดการ

14 Aug, 2025

HRKnowledge

Quiet Quitting คืออะไร?

“Quiet Quitting” ไม่ได้แปลว่าการลาออกแบบเงียบ ๆ แต่หมายถึงการที่พนักงานทำงานตามหน้าที่ขั้นต่ำของตนเอง ไม่ขยันพิเศษเหมือนแต่ก่อน แนวคิดนี้เริ่มได้รับความสนใจบนสื่อโซเชียลในปี 2022 และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก มันสะท้อนถึงพนักงานที่ “เช็คเอาต์” ทางใจ แต่ยังคงอยู่ในองค์กรและทำงานตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น


ในปี 2025 แนวคิดนี้ยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงในแวดวง HR เพราะเป็นอาการของปัญหาเชิงลึกภายในองค์กร ไม่ใช่การปฏิเสธงานแบบสุดโต่ง ข้อมูลใหม่ระบุว่ามีเพียง 23 % ของพนักงานทั่วโลกที่ “actively engaged” ขณะที่ 59 % ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม quiet quitting หรือทำงานขั้นต่ำตามหน้าที่เท่านั้น เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้นำองค์กรต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วนในปีนี้


ทำไมพนักงานถึง quiet quit?

สาเหตุหลักของ Quiet Quitting ไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ แต่เกิดจากภาวะ “หมดไฟ” (burnout) อ่านเพิ่ม 7 วิธีเติมไฟในภาวะ “Burnout” , เส้นทางความก้าวหน้าไม่ชัดเจน และความไม่สอดคล้องกันระหว่างเป้าหมายของพนักงานกับองค์กร ในยุคการทำงานแบบไฮบริดและการใช้ AI เข้ามาแทนที่บางส่วน พนักงานบางกลุ่มรู้สึกว่าบทบาทของตนเองไม่มีคุณค่าหรือไม่จำเป็น จึงลดความทุ่มเทลง


แนวโน้มความไม่พอใจไม่ได้หยุดอยู่แค่ quiet quitting — ในปี 2025 ยังเกิด “Quiet Cracking” ซึ่งคือภาวะที่พนักงานเริ่มหมดพลังและรับภาระเกินตัวจนทรุดโทรมโดยไม่กล้าพูดออกมา ปัจจัยที่ก่อให้เกิด quiet cracking ได้แก่ การไม่กล้าสื่อสารกับผู้บริหาร, ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ, การสื่อสารภายในที่ไม่ชัดเจน, และการเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมงานในองค์กร สิ่งนี้สะท้อนว่าการจัดการบุคลากรต้องมองลึกไปกว่าพฤติกรรมภายนอก


สัญญาณเตือนที่ HR ควรจับตา

Quiet Quitting มักแสดงออกอย่างลึกและเนียน ทำให้ยากต่อการสังเกต ได้แก่ การลดการมีส่วนร่วมในการประชุมหรือการแลกเปลี่ยนความคิด, การทำงานแค่ขั้นต่ำ, ผลงานตกต่ำแม้ไม่ถึงขั้นล้มเหลว, และการสื่อสารน้อยลงหรือไม่ตอบสนองต่อข้อเสนอแนะ การเก็บข้อมูลจากการฟังเสียงพนักงาน (employee listening) อย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยให้ HR จับสัญญาณเหล่านี้ได้ก่อนที่จะสายเกินไป


แนวทางรับมือ Quiet Quitting

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ HR และผู้บริหารควรเน้นการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่สนับสนุนพนักงานอย่างแท้จริง โดยมีหลักการสำคัญดังนี้


1. สร้างความไว้วางใจผ่านความโปร่งใส – ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายและความคืบหน้าขององค์กรอย่างชัดเจน การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอทำให้พนักงานเห็นภาพความสำคัญของบทบาทตัวเอง

2. มอบโอกาสในการพัฒนาทักษะและอาชีพ – การขาดโอกาสเติบโตเป็นตัวกระตุ้นให้ quiet quit เกิดขึ้น การจัดโปรแกรม mentorship, การเพิ่มทักษะ (upskilling/ reskilling) และการกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าอย่างชัดเจนช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรให้ความสำคัญกับการพัฒนาของพวกเขา

3. ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของพนักงานภาวะหมดไฟและงานล้นมือเป็นสาเหตุหลักของการถอยหลัง การจัดการภาระงานให้เหมาะสม และสนับสนุนสุขภาพจิตจะช่วยลดความเสี่ยงที่พนักงานจะ quiet quit

4. ประเมินความผูกพันอย่างสม่ำเสมอ – การทำแบบสำรวจ engagement และการวัดประสบการณ์ของพนักงานควรมาพร้อมการนำผลสำรวจไปปรับปรุงจริงจัง ไม่ใช่เพียงทำตามพิธี

5. รับมือเทรนด์ใหม่ “Quiet Cracking” – HR ต้องเสริมทักษะการสื่อสารและสร้างวัฒนธรรมที่ปลอดภัยให้พนักงานกล้าพูดสิ่งที่ทำให้พวกเขาเครียด และต้องคอยจับตาดูภาระงานเกินกำลังซึ่งอาจนำไปสู่ quiet cracking และการลาออกในที่สุด


บทสรุป: Quiet Quitting = โอกาสสร้างวัฒนธรรมใหม่

แม้บางคนมองว่า quiet quitting เป็นกระแสสั้น ๆ แต่ข้อมูลชี้ว่าในปี 2025 ปรากฏการณ์นี้ยังคงเป็นตัวสะท้อนความต้องการที่ลึกซึ้งของพนักงาน องค์กรที่ล้มเหลวในการตอบสนองต่อเทรนด์นี้อาจสูญเสียทั้งคนเก่งและผลผลิต แต่ในทางกลับกัน หากมอง quiet quitting เป็นสัญญาณเตือน ก็จะเปิดโอกาสให้พัฒนาองค์กรในเชิงวัฒนธรรมและโครงสร้างการทำงาน


การฟังเสียงพนักงานอย่างต่อเนื่อง สร้างเส้นทางการพัฒนาที่ชัดเจน และให้ความสำคัญกับสุขภาวะและความหมายของงาน คือหนทางที่จะแปลงคนที่กำลัง quiet quit ให้กลับมามีส่วนร่วมอีกครั้ง สำหรับ HR และผู้นำองค์กร นี่คือเวลาที่จะเปลี่ยนจากการมองดูปัญหา ไปสู่การสร้างสรรค์วัฒนธรรมการทำงานที่ดีขึ้น ซึ่งจะเสริมทั้งประสิทธิภาพและความสุขของพนักงานในระยะยาว


************************************************


ทั้งนี้ องค์กรจึงมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหา ด้วยการเสริมสร้างทั้งทักษะ ความรู้ ความมั่นใจ พร้อมทั้งโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพของพนักงาน และเพื่อให้คุณได้เบาใจและจัดการกับปัญหานี้ได้ Conicle เราเป็นผู้นำโซลูชันด้าน “Learning & Skill Development” กว่า 11 ปี ที่ให้คำปรึกษาและเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรและบริษัททุกประเภทธุรกิจ มากกว่า 250 องค์กร เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยให้คุณก้าวผ่านปัญหาเหล่านี้ไปได้อย่างมีกลยุทธ์


ขอรับคำปรึกษากับเรา ได้ที่

👉🏻 Line Official Account: @conicle หรือ https://lin.ee/GMxTQgg

☎️ เบอร์ติดต่อ 02-430-6699 , 02-430-6696

📩 Email: [email protected]

✅ เริ่มทดลองใช้งานระบบ LMS, LXP และหลักสูตรกว่า 4,000 เนื้อหาได้ที่ 🔥https://bit.ly/conicle-blog 

.

และหากคุณไม่อยากพลาดข่าวสารจาก Conicle อย่าลืม!.. มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ Conicle Community ได้ที่

⭐️ Facebook Group: Conicle Community - คอมมูนิตี้สำหรับพี่ ๆ HR

⭐️ LineOA @coniclecommunity หรือ https://lin.ee/t2FAWELW

⭐️ Website: Community



แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • People Insight (2025) – บทความ “Is quiet quitting still an HR issue in 2025?” อธิบายว่า Quiet Quitting ยังเป็นความท้าทายในปี 2025 พร้อมระบุสาเหตุ เช่น หมดไฟ เส้นทางอาชีพไม่ชัดเจน และสภาพการทำงานแบบไฮบริด
  • People Managing People (อัปเดต 23 พฤษภาคม 2025) – รายงาน “15 Employee Engagement Statistics You Need To Know In 2025” ระบุว่ามีพนักงานทั่วโลกเพียง 23 % ที่มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง และ 59 % อยู่ในกลุ่ม quiet quitting
  • Navigate Well (21 กรกฎาคม 2025) – บทความ “Quiet Cracking: The silent strain HR leaders can’t afford to miss” กล่าวถึงเทรนด์ใหม่ Quiet Cracking และอธิบายสาเหตุ เช่น การไม่กล้าพูด, ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน


Related Posts

ไม่มี Article ที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตก่อนใคร!

ลงทะเบียน.. เพื่อรับข่าวสารจาก Conicle

©2025 Conicle Co., Ltd. All Rights Reserved.